วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

(ทำไม)อยากเป็นหมอ?

When I was just a little girl
I asked my mother what will I be.......
เชื่อว่าเพลงนี้ทุกคนคงจะรู้จักในโฆษณาหนึ่งเป็นอย่างดี เอ....หรือเกิดไม่ทัน ตามเนื้อเพลงเลย เมื่อตอนฉันยังเป็นเด็กฉันถามแม่ว่าในอนาคตฉันจะเป็นอย่างไร แม่ก็ตอบว่ามันเป็นเรื่องของอนาคตไม่มีใครรู้หรอก แต่เดี๋ยวนี้เชื่อเถอะมีคำถามหนึ่งที่ฮิตกว่าคือ โตขึ้นอยากเป็นอะไร และเด็กเกินยี่สิบเปอร์เซ็นตอบว่าไม่รู้ และที่สำคัญคือโดนประโยคคำสั่งกลับมาว่าควรคิดเรื่องของอนาคตได้แล้วนะ 
When I was just a little girl 
Mother asked me what will I be 
I will be a doctor
I will be a police
Here's what I said to her
Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
เด็กม.ปลายแทบทุกคนโดยเฉพาะเด็กม.6เมื่อเริ่มบทสนทนากับคนรอบข้างที่เป็นคนแปลกหน้า จะมีประโยคเหล่านี้เสมอ"อยู่ม.ไหนแล้ว""คิดว่าเรียนจบแล้วจะไปต่ออะไร"แต่คงจะไม่มีใครถามว่า"คิดว่าจะเรียนจบไหม"หรอกเนอะหรือมี?
หลายๆคนมีเป้าหมายชีวิตอย่างชัดเจนแต่ไม่กล้าตอบเพราะกลัวเสียหน้าที่สอบไม่ติด หรือกลัวว่าเขาจะดูถูกในสาขาวิชาชีพของเรา หรือกลัวว่าจะได้รับประโยคคำถามในใจว่า"จะสอบติดเหร้อ" และคำตอบที่ออกไปก็จะเป็นคำตอบส่งๆไปว่า"ไม่รู้เหมือนกัน" และคุณผู้ใหญ่หลายๆคนก็จะบอกเราต่อว่า เรียนหมอสิดีนะอย่างงู้อย่างงี้อย่างงั้น เรียนพยาบาลสิเงินดีนะ เรียนวิศวะสิลูกป้าก็เรียน หรือจะเอาครูดีงานสบายนะ  บัญชีละเป็นไงนั่งในห้องแอร์ไม่ต้องทำอะไรเงินก็ลอยมาเห็นๆ  
ได้ยินคำพวกนี้บ่อยซะจนหลงนึกไปว่าประเทศไทยมีแต่บุคคลที่ทำอาชีพเหล่านนี้ และอย่างนึงเลยที่คนไทยเท่านั้นที่เป็น พ่อแม่ โรงเรียน คนรอบข้างจะปลูกฝังให้เด็กอยากเป็นหมอ จริงหรือไม่ (คนเขียนขอตอบเลยว่าจริง90%)
เพราะคนไทยมีวัตณธรรมที่เคร่งครัดเมื่อผู้ใดมีบุญคุณต่อเราเราก็ต้องตอบแทน หมอเป็นผู้รักษาและช่วยชีวิตคนไข้ดังนั้นหมอในประเทศไทยจึงเป็นผู้มีหน้ามีตาทางสังคม มีคนเคารพนับถือ พ่อแม่ได้หน้าได้ตาเมื่อมีลูกเป็นหมอ คนไทยส่วนมากจะไม่มองที่ตัวตนจริงๆของคนคนนั้น จะมองที่คำนำหน้า นพ. พญ. ว่าเป็นมาตรฐานของคนหัวกระทิ ในบางสถานที่หากคุณมีคำนำหน้าว่านายแพทย์จะมีสิทธิเพิ่มขึ้นมาทันที 
พ่อแม่หลายคนดีใจและภูมิใจมากที่ลูกของตัวเองบอกว่าอยากเป็นหมอ(แค่บอกว่าอยาก) ถึงแม้ลูกจะไม่อยากสุดท้ายก็จะตีกรอบให้ลูกอยู่แล้ว ทุ่มเททุกอย่างเพื่อจะให้ลูกสอบคณะแพทย์ได้ ทั้งติวเตอร์ทั้งหนังสือมาเต็ม!! แล้วคุณพ่อคุณแม่เคยถามลูกหรือไม่ว่าอยากเป็นหมอรึเปล่า อยากเป็นหมอเพราะอะไร และตัวเองทำไมถึงอยากให้ลูกเป็นหมอ 
ตั้งแต่เข้าม.4คุณครูจะพูดเสมอว่า"โรงเรียนของพวกเราไม่ได้เน้นการที่เธอต้องสอบติดคณะแพทย์ได้ แต่ขอให้พวกเธอตั้งใจเรียนและสอบเข้าในคณะที่ตัวเองฝันไว้ให้ได้" แต่สุดท้ายแล้วการสอบเข้าคณะแพทย์ได้ก็เป็นการสรุปคุณภาพของโรงเรียนอยู่ดี "ปีนี้โรงเรียนAได้แพทย์ตั้ง15คนแหนะ แต่ดูสิโรงเรียนBได้แค่3คนเอง แต่ดีนะที่โรงเรียนเราติดแพทย์ตั้ง11คน ไม่ค่อยเสียหน้าเท่าไหร่" คนรอบข้างเรานี่ก็ใช่ย่อย(ขอแทนตัวผู้เขียนว่าไรท์(writer)แล้วกันจะได้เรียกง่ายหน่อย) ตัวอย่างเช่นไรท์ไปโรงพยายบาลเมื่อเดือนที่แล้วไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์ หมอก็ถามว่าโรงเรียนของไรท์ได้แพทย์กี่คน แล้วโรงเรียนข้างๆได้กี่คน แล้วก็พูดเฉิงดูถูกโรงเรียนของไรท์(ฮึ้ยย!!ไรท์เคียดแค้น)ก็คิดในใจเหมือนกันนะ 'ถ้าหมอปวดหมอก็ไปห้องน้ำไป มาเบ่งอะไรแถวนี้' ไม่กล้าพูด เดียวเค้าไม่ออกใบรับรองแพทย์ให้ บอกเลยอย่าไปนะโรงบาลเนี้ยแพงด้วย เชอะ! (ไรท์แค้นฝังหุ่น) 
ในนักเรียน30คนจะมีนีกเรียนประมาณ10คนอยากเป็นหมอ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ถือว่าเยอะทีเดียว (นี่มันเท่าๆกับโอกาศผู้เป็นริดสีดวงเลยนะเนี้ย)ขอจำแนกเหตุผลต่างๆที่คนทั่วไป ปกติสามัญชนเขาอยากเป็นหมอเลยแล้วกัน(เข้าเรื่องซักทีบ่นมานานาละ)แต่ให้เข้าใจก่อนนะว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะคิดแบบนี้ทุกข้อ และบางข้อก็อยู่ในใจใครหลายคนมิอาจเปิดเผยให้ประชาชีรู้ได้
1.อยากช่วยคน(คำตอบมาตรฐาน)
2.มั่นคง เงินเยอะ(มันคือเรื่องจริง แต่เงินให้ใครใช้)
3.บ้านหลังโต เปอร์เช่ ไอโฟนฟังเพชร อยากได้หมดเลย(วัฒถุนิยมสึดๆ)
4.อยากให้คนชมเชย และเคารพนับถือ(พวกติดปีก ชอบลอยตลอดเวลา)
5.พ่อแม่เป็นหมอ(ท่านคือแบบอย่าง)
6.พ่อแม่ให้เรียน(เด็กกตัญญู)
7.เรียนตามเพื่อน(ไอ่อภิชาตเพื่อน เราทิ้งนายไม่ได้)
8.เพราะเก่ง(ก็เราเก่งก็ต้องเรียนหมอนี่แหละ)
9.อยากเอาชนะ(อย่าให้ฉันได้เป็นหมอนะฉันจะเหยียบแกให้จมดิน)
10.ไม่รู้จะเรียนอะไรเลือกไปงั้นแต่ดันติด(เดาเม่นสวดๆ)
11.เท่(ก็นะ)
12.เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้วหลงรักหมอหนุ่ม(เอ่อ....)
13.เคยรักษาที่โรงพยาบาลแล้วประทับใจการรักษาของหมอ(ยูอามายไอดอล)
14.คุณยายป่วยเคยดูแลเลยชอบ(เด็กดี)
15.ชอบเลือด(อันนี้ไม่สามัญชนเท่าไหร่)
16.อยากเห็นรอยยิ้มของผู้ป่วยเมื่อเค้าหาย(โลกสวย)
17.อินกับหนัง(ศัลยแพทย์อัจฉริยะผู้เริ่มการผ่าตัดตั้งแต่อายุ5ขวบ)
18.ชอบในความกดดัน และงานที่แอ็คทีฟตลอดเวลา(น่าสนใจ)
19ชอบการทำงานที่พบปะผู้คนใหม่ๆ และงานที่ถ้าทาย(เหตุผลโดยตรงของไรท์เอง)
20.ก็ชอบอะ!!!(อ้าวแล้วทำไมถึงชอบละ)
21.ไม่รู้
นั่นละคือเหตุผลที่คนที่อยู่ในใจใครหลายคนและถูกแสดงออกอย่างโจ่งครึมโดยใครหลายคนเช่นกันอาจจะมีเยอะกว่านนี้(ใครมีเหตุผลอื่นบอกไรท์ด้วย ข้าน้อยน้อมรับ)ก่อนจะมาวิเคราะห์มาดูก่อนดีกว่าว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คนไม่อยากเป็นหมอ
1.กลัวผี(คำตอบยอดฮิต)
2.กลัวเข็ม(ฉึก!!)
3.กลัวเลือด กลัวศพ กลัวแผล(เออดีแล้วที่ไม่เป็น)
4.กลัวคนไข้ตาย(ความผูกพันธ์สูง)
5.ข้อสอบยาก เรียนหนัก ทำงายเยอะ(ถูกต้องเป็นที่สุด)
6.ไม่มีเวลาให้ครอบครัว(อันนี้ก็ถูก)
7.ไม่ชอบพบปะผู้คน(โลกส่วนตัวสูง)
8.รังเกียจร่างกายผู้อื่น(อันนี้มีจริงๆอาจจะยังแอบแฝงอยู่ในตัวหมอบางคนด้วย)
9.เห็นหนังสือแล้วจะอ้วก(ก็จริง เห็นแล้วอยากจะต้มกินเหลือเกิน)
10.ไม่เคยคิดอยากเป็นหมอ อยากเป็นอย่างอื่นอยู่แล้ว(มีความมุ่งมั่นสูง)
11.ลำบาก สกปก เหนื่อย(ไปอยู่ห้องแอร์สบายๆรอกินโบนัสดีกว่า)
12.ทำงานไม่คุ้มกับเงินที่ได้(ไรท์ก็ว่างั้น)
13.กลัวขึ้นคาน(กลัวทำไมเราคารมคมคาย)
14.กลัวแฟนทิ้งเพราะไม่มีเวลาให้(ปัญหาของนักศึกษาชายหลายคน)
ส่วนเหตุผลที่ไม่อยากเป็นหมอบางคนอาจจะมีครบทุกข้อ ลองคิดด้วยตัวเองถ้าหากอยากเป็นหมออยากเป็นหมอเพราะอะไร ไรท์จะลองวิเคราะห์ให้ดูว่าแต่ละข้อเป็นอย่างไร หากข้อไหนไม่ตรงบอกได้คำเดียว คิดเอาเอง!!(ล้อเล่น~เม้นมาถามไรท์ผู้เง่าง่อยถ่อยทรามได้ หากเห็นไรท์ตอบนั่นแสดงว่าไรท์อ่านแล้ว) 
1.อยากช่วยคน
คำตอบนี้ไม่ผิดเป็นคำตอบที่ดีมาก แต่อยากช่วยคนแล้วตอบได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกที่จะเป็นหมอไม่เลือกอาชีพอื่นที่ช่วยคนได้มากกว่านี้เช่นนักวิทย์ยาศาสตร์หรือครู(คำถามนี้ครูที่ รร. ของไรท์ชอบถาม) หาคำตอบด้วยตัวเองให้ได้แล้วคุณจะไม่มีทางสงสัยได้อีกเลย
2.มั่นคง ได้เงินเยอะ
ข้อนี้เป็นคำตอบที่เป็นสัจธรรมที่สุด งานของแพทย์เป็นงานที่มั่นคง เป็นหมอไม่มีทางตกงาน เพราะไม่ใช่แต่ประเทศไทย ทั่งโลกยังขาดแคลนแพทย์อีกมาก เงินเดือนของแพทย์แต่ละเดือนไม่เยอะแต่เงินเสริมจากการเข้าเวรการผ่าตัดและอื่นๆอีก มันช่วยเสริมให้เงินเดือนดูเยอะ(ในUSได้ถึงวันละ30000)แต่กว่าจะได้เงินมาเยอะขนาดนั้นต้องทำงานหนักซึ้งงานที่ทำเทียบกับค่าเงินไม่ได้เลย  อยากจะหยุดก็หยุดไม่ได้เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตคนไข้อยู่ในมือคุณ ให้คิดเอาว่าจะหยุดพักแล้วคนไข้ตาย หรือทนต่ออีกนิดเพื่อชีวิตของคนไข้ ต้องรับทั้งความกดดันจากคนไข้ จากญาติของคนไข้ ไม่ว่าคุณจะทำออกมาดีแค่ไหนแต่คนไข้ตายคุณก็จะโดนญาติเขาด่าอยู่ดีเพราะเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ มีคนเคยพูดไว้ว่า24ชั่วโมงไม่พอในการทำงานของแพทย์ ประเด็นคือได้เงินเยอะแล้วเอาไปให้ใครใช้(เดี๋ยวมีคำตอบ)
3.บ้านหลังโต เปอร์เช่ ไอโฟนฝังเพชร อยากได้หมดเลย
ก็คงจะได้จริงๆนั่นแหละ หมอได้เงินเดือนเยอะแล้วเอาไปไว้ที่ไหน? คำถามของประชาชีทั่วไป หมอบางคนเลือกที่จะเปิดคลินิกหารายได้เสริมเพราะเงินเดือนไม่พอmedicine intestine(ยาไส้) คลินิกต้องผ่อน บ้านต้องผ่อน รถต้องผ่อน เมียก็ต้องแต่ง ไหนจะเทอมลูก ค่าชุดสุดหรูของเมีย โอ้ยจิปาทะ เผลออีกทีตกสุดท้ายก็เป็นยาจกซดมาม่าอยู่โรงบาล(ไม่ใช่ไม่มีเงินแต่ไม่มีเวลาไปกิน)หมอหลายคนต้องศึกษาเรื่องหุ้นและเรื่องเศรษฐกิจ(เป็นประเด็นหนึ่งในการคุยของเหล่านายแพทย์ทั้งหลาย) บ้านหลังโต เปอร์เช่ ไอโฟนฝังเพชรก็ยังคงอยู่แค่ในฝันต่อไป 
4.อยากให้คนชมเชย และเคารพนับถือ
อันนี้ก็ไม่ผิดเพราะว่าเป็นหมอก็ได้รับการเคารพแน่นอน แต่อยากให้คนชมเชยนี่คงจะได้ตอนสอบหมอติดเท่านั้นแหละ"ว๊าย...เก่งจังเลยลูกกินอะไรเป็นอาหารเนี้ย"(ไม่ได้กินเครื่องดื่มติดหมอแน่นอนอะ)"สุดยอดเลยจะเรียนหมอเหรอป้าฝากผีฝาไข้ด้วยนะ"(ไม่เอาผีนะป้า กลัว)และตอนนั้นหน้าเราจะบานเป่งใหกล้แตก(หน้าพ่อกับแม่ด้วย)หลังจากนั้นสักหนึ่งปีเริ่มรู้สึกว่าคนที่ชมเราลดน้อยลงหรือว่าคนที่ด่าเราเพิ่มขึ้นกันหนอ ผ่านไป3ปี เราทำอะไรผิดเนี้ยทำไม่ด่ากันจังทั้งคนไข้ทั้งอาจารย์ทั้งพี่พยาบาล และตอนทำงานคำด่าก็ได้นำหน้าคำชมไปไกลลิบ โดนบ่น โดนด่า ไม่พอที่สำคัญดันโดนฟ้อง  หมอทำดีแค่ไหนสุดท้ายผลออกมาคนไข้ตายญาติก็ยังโกรธหมออยู่ดีเพราะเขาไม่เข้าใจ มีคำหนึ่งที่ไรท์อยากจะบอกแก่ประชาชีจากใจ "หมอไม่ได้ต้องการให้ใครมาเข้าใจ เพราะไม่มีใครสามารถเข้าใจได้หากไม่ลองเป็นหมอจริงๆ หมอแค่ต้องการเพียงคนเห็นใจ"
5.พ่อและแม่เป็นหมอ
คนหลายคนอ้างว่าตอนเด็กๆเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานเลยปลื้มและยึดท่านเป็นแบบอย่าง นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิดถ้าหากคุณคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ถ้าหากคิดว่าพ่อ แม่ ปู่ ย่า อากง อาอี้ อากงม่า ก็เป็นหมอแล้วจะให้เราเป็นอะไรเราก็ต้องเป็นหมอสิ ถ้าคิดแบบนั้นไรท์แนะนำว่า ลองเปิดโลกของตัวเองดูบ้างเถอะ ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ อย่าอยู่ในกรอบที่มีขอบสูงจนมองไม่เห็นสิ่งรอบข้างเลย ลองโดดเรียนซักครั้งแล้วไปทำอะไรที่ไม่เคยทำ ให้เวลาและโอกาศกับสิ่งใหม่ๆ ถ้ายังอยากเป็นหมอก็ลองคิดใหม่ว่าทำไมถึงอยากเป็น 
6.พ่อแม่ให้เรียน
อย่างแรกเลยถามตัวเองก่อนว่าอยากเรียนมั้ย ถ้าอยากก็เรียนเลย ถ้าเฉยๆก็ถามพ่อแม่ก่อนว่าทำไมถึงอยากให้เรียน คำตอบที่ไรท์ได้จากพ่อแม่คืออจะได้ดูแลท่านได้ ไรท์ตอบไปทันที่เลยว่า ฝันไปเถอะ!ถ้าจะให้ไรท์เป็นหมอจริงๆอย่าหวังว่าไรท์จะเป็นคนดูแลพ่อแม่ไรท์ให้ได้มาสุดคือเงินที่จ้างคนมาดูแลพ่อกับแม่ นี่มันคือเรื่องจริงกว่าเราจะมีเวลาว่างไปดูเลท่านท่านคงไม่อยู่ให้เราดูแลแล้ว นี่ไงคือคำที่บอกว่าแพทย์เป็นบุคคลของประชาชน ดีไม่ดีอาจตายก่อนเพราะทำงานหนักเกิน (แม่ไรท์เริ่มคิดและแบนเข็มให้ไรท์ไปเป็นครู)
7.เรียนตามเพื่อน
โอ้เพื่อนรัก อภิชาตเพื่อน เพื่อนผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าเลือกเลยข้อนี้ขอร้อง คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณจะเรียนได้ จะทำยังไงถ้าทะเลาะกับคุณเพื่อน ลาออกอย่างนั้นหรือ อนาคตของคุณเลือกเองเถอะถ้าเลือกไม่ได้ก็ค่อยๆคิดไปเรื่อยๆ ทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าทำไปแล้วจะไม่ย้อนกลับมาคิดเสียใจทีหลัง ถ้าคิดว่าไม่ไหว ท้อแท้ ขอยอมแพ้ ก็อย่าดันทุรังเริ่มสิ่งใหม่ดีกว่า เลือกตามแฟนก็เหมือนกันเคสนี้ไรท์แนะนำไปอ่านข่าวหมอเสริม
8.เพราะเก่ง
โอ้แม่เจ้าอฉริยะผ่าโลก คนที่ตอบคำตอบนี้จริงนะไรท์ขอทำนายว่าเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสุดโต่ง อาจเข้าขั้นหลงตัวเอง ออกแนวหยามคนอื่นเล็กน้อย ถ้าคุณตอบคำตอบนี้เชื่อเลยว่าพ่อคนเก่งอาจเรียนหมอแบบน้ำตาเช็ดหัวเข่า      เกรดตกโดดตึกๆ คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดสุดท้ายก็เป็นคนที่โง่ที่สุด ลองทำตามข้อ5. และลองมองจุดที่ต่ำกว่าตัวเอง อย่าดูถูกคนอื่นเพียงเพราะเขาทำพลาดหรือเขาไม่รู้ อย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกทุกสิ่งไม่จำเป็นต้องหมุนรอบตัวคุณ ความรู้บางอย่างไม่สามารถหาได้ในหนังสือ พยาบาล  คนสวน ชาวนา ชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งขอทานสามารถสอนคุณได้ และสุดท้ายจงเห็นว่ามนุษย์เป็มนุษย์ ถ้าอยากจะเป็นหมอโดยสมบูรณ์จงกำจัดความยิ่งยโสและมาทของคุณทิ้งซะ มองโลกในแง่ที่ไม่เคยมอง (ลองทำดูไรท์ทำแล้ว ไปตลาดแล้วก็ทักใครก็ได้สัก15คนที่คุณไม่เคยรู้จักมันจะทำให้คนยิงทะนงรู้อะไรบางอย่าง)
9.อยากเอาชนะ
อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงเลย เพื่อนสนิทของไรท์ อยู่ดีดีเขาก็พูดอย่างเคียดแค้นว่า"อย่าให้ ู ได้เป็นหมอนะ ู จะเหยียบ ึงให้จมดิน"เพียงเพราะว่าเขาโดนครูด่า ไรท์ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างนั้นจริงมั้ย แต่มันเป็นแนวคิดที่ควรจะกำจัดออกไปซะอย่างที่บอกหัดมองโลกในอีกแง่หนึ่ง เพราะถ้ามันยังอยู่มันจะทำให้คุณเป็นหมอที่สามารถเชือดคอคนได้อย่างไม่ปราณี
10.ไม่รู้จะเรียนอะไรเลือกไปงั้นแค่ดันติด
ก่อนอื่น"ขอคาระวะท่านเทพข้าพเจ้าอ่านหนังสือมาเป็นแรมเดือนไม่ยักกะติด" ถ้าติดแล้วไปศึกษาว่าการเป็นแพทย์เป็นยังไงเค้าเรียนอะไรกันแล้วคิดว่าอยากอยากเรียนจะรอช้าอยู่ใยลงทะเบียนซื้อชุดนักศึกษาเลย พยายามเข้าท่านเทพ ถ้าสอบตกก็สอบใหม่ อย่าคิดว่าจะเรียนไม่ได้เพราะมีเพื่อนและอาจารย์(googleยังไม่เจ๊งก็เรียนจบ)คอยช่วยเสมอหากท่านเทพมีความพยายาม แต่ถ้าไม่ชอบก็อย่าไปเรียนเลยขอให้ท่านเทพลองค้นหาตัวเองก่อน อย่าถือแบบสังคมนิยมให้ถือตัวเองนิยมเถอะ
11.เท่
หมอเนี้ยมันเท่จริงๆเลยใส่ชุดกาวน์(เปื้อนเลือดเปื้อนหนอง โสมม)ถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วเสื้อผ้าข้างในก็ยังดูเท่(ถอด สบัด ตาก มา3วันแล้ว)รถก็หรู(ผ่อนยังไม่หมด ซดมาม่า) ประชาชนคนเดินบนรองเท้าทั่วไปจะคิดว่าคุณหมอทั้งหลายเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์ในเสื้อกาวน์ หากวันไหนท่านได้กลิ่นน้ำหอมของหมอให้ระรึกไว้เทิดว่าหมอไม่ได้อาบน้ำ หรือไม่ก็แฮ๊งจนตื่นสายไม่ทันเข้างานเลยชีดน้ำหอมดับกลิ่นละมุด เฮ้อ~~~เท่จริงๆเลยเชียว
12.เคยเข้าโรงพยาบาลแล้วหลงรักหมอหนุ่ม
มันเอามาเป็นเหตุผลที่อยากเป็นหมอได้ด้วยเหรอ(ไรท์ งง)แต่มีคนตอบจริงๆ ไรท์แนะนำให้เรียนเทคนิค(การจับหมอ)ดีกว่า แนะนำอีกข้อสำหรับสาวๆดูหมอต้องดูดีดีหากเค้ามีสามีแล้วเราจะหนาว
13.เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้วประทับใจการรักษาของหมอ
เป็นเหตุผลที่ดีนะเพราะมันจะทำให้คุณมีอุดมคติที่ดีต่อคนไข้และการแพทย์ คุณช่างเป็นคนที่โชคดีเหลือเกินที่ได้เจอหมอดีดีแบบนั้น(เขาอยู่โรงพยาบาลไหนไรท์อยากเจอ จริงๆนะ) การเข้าโรงพยาบาลของไรท์แต่ละครั้งมีอยู่ครั้งเดียวที่ไรท์ประทับใจ คือม.1ไปขูดหินปูนแล้วหมอทักว่า"เก่งจังไม่ร้องเลย"แค่นั้นแหละความประทับใจของหมอกับไรท์ ทุกครั้งหลังจากนั้นแทบจะยื่นฟ้องกันเลยทีเดียว แหละนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไรท์อยากเป็นหมอไรท์ไม่อยากให้คนไข้ได้เจอหมอที่ทำลายคนไข้ด้วยสายตา วาจา ท่าทาง ความเผลอเลอและการมองข้าม อยากให้คนไข้ได้รับความประทับใจอย่างที่ใครหลายๆคนได้รับ
14.คุณยายป่วยเคยดูแลคุณยายเลยทำให้ชอบงานแบบนี้
คิดให้ดีเถอะหนูน้อยการดูแลคุณยายกับการเป็นหมอไม่ได้ใกล้เคียงกันซักเท่าไหร่ งานที่หนูทำตอนที่หนูดูแลคุณยายหนูจะไม่มีทางได้ทำในฐานะหมอ(ที่จริงก็เป็นหน้าที่หมอ แต่ไม่เห็นหมอคนไหนทำ) แต่มันเป็นแนวคิดที่ดีถ้าคุณจะดูแลคนไข้เปรียบเสมือนยายหรือญาติของคุญ นั่นจะทำให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด เพราะคุณจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกเขา
15.ชอบเลือด
อันนี้แนะนำอย่าเป็นหมอไปพบหมอดีกว่า แต่ในใจบางคนมีจริงๆนะที่คิดแบบนี้แต่เปิดเผยให้ประชาชีรู้ไม่ได้ (อย่าคิดเยอะไม่ใช่ไรท์แน่นอน)
16.อยากเห็นรอยยิ้มของผู้ป่วยเมื่อเขาหาย
บางคนคิดแน่นอนว่ โลกสวย(หาชิบไม่เจอ) แต่คนเป็นแพทย์คิดแบบนี้จริงๆ(ถึงไม่เคยเป็นก็เถอะ)ไรท์เคยฟังหมอคนนึงพูด"สิ่งที่ผมได้มากกว่าเงินเดือนคือรอยยิ้ม และความผูกพันธ์ ผมรักษาคนไข้โดยที่คิดว่าผมไม่อยากให้เขากลับมาหาผมอีก ถ้าเขากลับมาหาผม นั่นแสดงว่าเขาป่วย แต่ในใจลึกๆผมอยากให้เขามาหาผมนะเพราะผมคิดถึงพวกเขาอยู่"(ถ้าเป็นไรท์ละก็เอาขนมมาฝากเยอะๆนะคุณป้าไรท์ชอบ) เวลาพูดเรื่องนนี้หมอจะพูดด้วยรอยยิ้มและใบหน้าที่ดูภูมิใจเสมอ
17.อินกับหนัง
ศัลยแพทย์บันลือโลกผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างเตียงผ่าตัดรายล้อมด้วยทีมแพทย์ขั้นเทพ กับเคสยากมหาโหดที่พึ่งจะบังเกิดขึ้นในโลก หมอแต่ละคนนี่ก็หล่อไปไหน (จุดเริ่มต้นของไรท์ไม่ได้มาจากหนังนะ มาจากการ์ตูนล้วนๆ)เรื่องจริงยิ่งกว่าการ์ตูน ศัลยแพทย์พุงยุ้ย กับเหงื่อโง่เม็ดโตเท่าควายกำลังไหล เพราะควาญหาใส่ติ่งไม่เจอกับเคสใส้ติ่งอักเสบ เขาก็บอกกันอยู่ว่าดูหนังแล้วย้อนดูตัว มันส์กับหนังแล้วกรุณาหาข้อเท็จจริงด้วย เดี๋ยวชีวิตจะอยู่ในโลกแห่งความจริงไม่ได้ ปล.หัตเทวดาเทรุไรท์อ่านจบหมดแล้ว คุยกันได้ อิอิ
18.ชอบในความกดดันและงานที่แอ็กทีฟตลอดเวลา
ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของแพทย์เลยทีเดียว ไม่ชอบก็ต้องมีทั้งความกดดันและการแอ็กทีฟตัวเองตลอดเวลา คุณเหมาะแล้วที่เลือกแพทย์แต่ขอบอกก่อนควรมีข้ออื่นด้วยนะ 
19.ชอบงานที่พบปะผู้คนใหม่ๆและท้าทาย
อาชีพแพทย์ไม่ต้องห่วงท้าทายตลอดชีพ เจอคนแปลกหน้าทุกวัน แต่คุณต้องแน่ใจก่อนว่าคุณจะรับงานที่ถ้าทายต่อคำว่า"ชีวิต"ไหว
20.ก็ชอบอะ!!
ก่อนอื่นถามตัวเองก่อนว่าทำไมถึงชอบ(อย่าตอบนะว่าก็ชอบเพราะชอบก็ชอบอะ)มันต้องมีแน่ๆแหละเหตุผลที่ชอบตอบมาจากใจตัวเองเลยไม่ต้องแคร์ใครไม่ต้องแคร์ว่าคำพูดจะสวยหรูแค่ไหน
21.ไม่รู้
อาจจะเป็นคำตอบกวนที่อยู่ของเล็บขบก็เป็นได้ ถ้าตอบว่าไม่รู้ว่าทำไมอยากเป็นหมอจริงๆ ให้คุณเดิน(ขึ้นรถก็ได้)ไปที่โรงพยาบาลและนั่งอยู่ที่นั่นซักหนึ่งวันเต็ม ไม่งั้นก็ไปเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาลหรือคลินิกหรือพวกร่วมกตัญญู มันจะทำให้คุณรู้ว่าทำไมคุณอยากเป็นหมอหรือทำให้คุณรู้ว่าทำไมคุณถึงไม่อยากเป็นหมอแล้ว
 
ปล.สุดท้ายจากดวงใจไรท์ถึงเหล่าประชาชีอันเป็นที่รัก"เมื่อกล้าที่จะฝันก็จงเชื่อมั่นว่าจะทำได้ และพูดมันออกมาให้ดังๆว่าสิ่งที่คุณฝันคืออะไร"
ปล2.นี่เป็นโพสแรกของไรท์ บอกก่อนว่าในการเขียนโพสแต่ละโพสไม่ได้พาดพิงถึงใครคนใดทั้งสิ้น และอาจจะไม่ใช่บทความที่ถูกต้องทั้งหมดสามารถคอมเม้นแก้ไขหรือตักเตือนด้วยวาจาสุภาพได้ เนื่องจากบทความถูกเขียนขึ้นจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน และบทความส่วนมากจะเกี่ยวกับวงการแพทย์จากมุมมองของผู้เขียนมีบางมุมมองอาจไม่สมควรหรือไม่ถูกต้องเนื่องจากผู้เขียนเป็นนักศึกษาแพทย์ไม่ได้มีประสบการณ์ในการเป็นแพทย์แต่อย่างใด(ถ้าเคียดแค้นไม่ต้องตามตัวให้ยากไม่เจอหรอก อิอิ)
ปล3.ถามไรท์ได้ทุกคำถามถ้าไรท์ตอบแสดงว่าไรท์ได้อ่านแล้ว
บทความต่อไป:มองหมอในแง่ไหน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น